ข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก
การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก คือ การนำเอาเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้ให้ (donor) มาให้ผู้ป่วย (recipient) เพื่อรักษาโรคต่างๆเพื่อเปลี่ยนถ่ายเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิตให้แก่ผู้ป่วยยาก ไร้เป็นจำนวน 73 ราย
โรคที่รักษาให้หายขาดได้ด้วยการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก
1. ไขกระดูกฝ่อ
2. ซีดพันธุกรรมธาลัสซีเมีย
3. มะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง
4. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
5. ภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด
ทำไมต้องเปลี่ยนเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
โรคต่าง ๆ ที่กล่าวมา ถ้าไม่เปลี่ยนถ่าย โอกาสตายถึงร้อยละ 80 เช่น ไขกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดหรือทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต และมีอายุสั้น เช่น โรคซีดพันธุกรรม- -ธาลัสซีเมีย
เซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิตมาจากไหน ?
1. ไขกระดูก
2. หลอดเลือด
3. เลือดจากสายสะดือทารกแรกเกิด ในปัจจุบันเราเรียกรวม ๆ ว่า การเปลี่ยนถ่ายเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
วิธีการเปลี่ยนถ่ายเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
1. ขั้นตอนหาผู้บริจาค: พี่น้องจากพ่อแม่เดียวกันที่มีเนื้อเยื่อ (HLA) ตรงกันหรือจากบุคคลอื่น (แต่ โอกาสได้น้อยกว่ามาก)
2. นำผู้ป่วยมาอยู่ในห้องปลอดเชื้อ เพื่อรับยาเคมีบำบัด และ/หรือการฉายแสง
3. การเอาเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตออกจากผู้บริจาค
4. นำเซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคมาให้กับผู้ป่วยทางสายสวนหลอดเลือดดำ
5. อยู่ในห้องปลอดเชื้อนาน 1-2 เดือน เพื่อรอให้เซลต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคสร้างได้เองในตัว ผู้ป่วย
6. ผู้ป่วยหลังเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก
ความจำเป็นของการรักษาโดยวิธีการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก
การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกนี้โอกาสสำเร็จในการเปลี่ยนถ่ายประมาณ 70%-80% ซึ่งเปลี่ยนถ่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วหายขาดไม่ต้องใช้ยาอื่นๆอีกเลย หลังจาก 6 เดือนไปแล้วไม่เหมือนการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะอื่นๆ เช่น ไต ตับ หัวใจ ซึ่งต้องใช้ ยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตซึ่งยังต้องมีค่าใช้จ่ายต่อไปอีก
หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าความจริงคนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นโรค ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการแล้วเท่านั้น เพราะในร่างกายของทุกคนจะมีเชื้อแฝงอันเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ อยู่ในร่างกายทุกคน แต่อยู่ที่ว่าเชื้อนั้นจะเจริญเติบโตขึ้นมาเมื่อใด
การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเปรียบเสมือนได้กับการปลูกชีวิตใหม่ให้ เกิดเป็นครั้งที่ 2 แก่ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา เพราะในขั้นตอนการรักษานั้นจำเป็นที่จะต้องให้ยาเคมีบำบัดในขนาดสูงแก่ผู้ ป่วย เพื่อทำลายเซลล์ไขกระดูกเดิมที่มีความผิดปรกติจากร่างกายผู้ป่วยให้หมด (เซลล์ไขกระดูกนั้นมีหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือดให้แก่ร่างกาย) และหลังจากนั้นก็นำเอาเซลล์ไขกระดูกอันเป็นต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้ที่ บริจาคให้แก่ผู้ป่วยโดยทางหลอดเลือด เช่นเดียวกันกับวิธีให้เลือด และเมื่อเซลล์ไขกระดูกของผู้บริจาคเข้าไปสู่ร่างกายของผู้ป่วย แล้วก็จะเริ่มมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดใหม่ รวมไปถึงการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ให้แก่ผู้ป่วยอีกด้วย
การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก นับเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และมีผลที่แน่นอน แต่ยังมีผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้อีกมากมายหลายร้อยคน เพราะการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนและ มีค่าใช้จ่ายสูงมากในทุก ๆ ขั้นตอน ผู้ป่วยบางรายกว่าที่จะรักษาจนหายจะต้องเสียเงินจำนวนหลายแสนบาทต่อหนึ่งคน หรือบางรายก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่าล้านบาท ด้วยเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่าย จึงทำให้ผู้ป่วยอีกหลายร้อยคน ต้องคอยความหวังว่าซักวัน จะมีใครบางคนหยิบยื่นโอกาส และช่วยเหลือเพื่อที่เขาจะได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง
และเนื่องจากขั้นตอนการรักษาต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและกำลังใจ ดังนั้นกลุ่มผู้หายป่วยจึงได้รวมตัวกันเป็น “ ชมรมก่อนผีเสื้อ” โดยได้รวมผู้ป่วยที่ปัจจุบันหายจากโรคร้ายด้วยการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกของโรง พยาบาลรามาธิบดี ตลอดจนครอบครัว ญาติมิตร แพทย์และพยาบาลเพื่อมุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์กลางในการความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาคำแนะนำแก่ผู้ที่กำลังเผชิญโรคร้ายทั้งในรูปของทุนทรัพย์เพื่อ ผู้ป่วยที่ต้องการจะเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก และทุนทางใจนั่นคือกำลังใจ ที่คอยมอบให้คนในครอบครัวที่กำลังร่วมกันฝ่าฟัน ช่วงของการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกทุกคนจะต้องเดินไปพร้อม ๆ กันอย่างเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก : คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น